รีวิว เรื่องย่อ BAD MOMS หนังที่ควรดูด้วยกันทั้งครอบครัว

รีวิว เรื่องย่อ BAD MOMS

รีวิว เรื่องย่อ BAD MOMS

Amy (Mila Kunis จาก Friends with Benefits, Black Swan) นำทีมคุณแม่ Kiki (Kristen Bell จาก Frozen) และ Carla (Kathryn Hahn จาก The Secret Life of Walter Mitty) ปฏิวัติเพอร์เฟ็กต์มัม Gwendolyn (Christina Applegate) ซึ่งเป็นเจ๊ใหญ่หรือประธานสมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนลูก ๆ ของพวกเธอ

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ BAD MOMS

สั้น ๆ ง่าย ๆ เลยนะ สำหรับหนังเรื่องนี้: ถ้าใครชอบหนังตลก หรือกำลังมองหาหนังคลายเครียดดี ๆ อยู่ ขอแนะนำให้ไปดู Bad Moms อย่างยิ่ง เชียร์มาก สนุกมาก เทรลเลอร์ฮาแค่ไหน ในหนังตัวเต็มฮาจัดหนักยิ่งกว่าหลายเท่า แต่ละมุกจังหวะดีมาก ไม่ผิดหวัง ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ

ที่ชอบคือ หนังไม่ได้ตลก โปกฮาไร้สาระ แต่หนัง มีข้อคิด มีสาระ ให้แรงบันดาลใจ และเติมพลัง ให้หญิงแกร่ง เต็มเปี่ยม ดูแล้วมีฟีลลิ่ง แบบว่า “นี่แหละ! แม่ในฝันของฉัน” / “นี่แหละ! คุณแม่ตัวอย่าง ที่ฉันอยากเป็น”

ฮาเรี่ยราด ท้องคัดท้องแข็ง

ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนังคอมิดี้แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งความหวังในความตลกโปกฮาของมัน (ใช่เรอะ) แต่เพราะหนังมันเตรียมมาให้เราฮากันตั้งแต่แก๊กแรกยันแก๊กสุดท้าย มันก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมศักดิ์ศรีสมกับที่มันเป็นหนังคอมิดี้เบาสมอง

หนังเล่นมุกมากมายที่ใช้ได้ผลแม้ว่ามันจะเป็นโจ๊กที่ล้อเลียนพวกผู้ชายอยู่สักหน่อย หนังให้ความรู้สึกเห็นใจและเข้าใจเพศหญิงอยู่ไม่น้อย มีความเป็น feminist อยู่มากทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าผู้ชายอย่างเราๆ จะขำกับมุกพวกนั้นมิได้
ใน ‘แบดมัมส์ มันล่ะค่ะ คุณแม่’ เต็มไปด้วยมุกที่หลายครั้งก็เอามาจากหนังเรื่องอื่น บางทีก็หยิบเอาซีรีส์ทางทีวีขึ้นมาล้อกันเสียด้วย ถ้าฟังออกและเคยดูซีรีส์มาบ้างก็จะเก็ทและฮากับไดอะล็อกพวกนั้น

ในความเป็นหนังตลกมันก็มีสาระที่ใส่ไว้ให้เห็นกันแบบจะๆ ไม่กระมิดกระเมี้ยนซ่อนไว้อย่างบางเรื่อง หนังแสดงภาพให้เห็นความเป็นแม่เห่ยๆ (ในความคิดของคนเป็นแม่เอง) ในช่วงหนึ่งของหนัง ก่อนที่เธอจะคิดได้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองซึ่งก็มีจะมีผลกับโลกของลูกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย แต่ผลมันก็กลับออกมาดีเสียอีก

หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง เธอก็กลายเป็นแม่ที่ยกทุกอย่างที่เครียดๆ ออกไป กลายเป็นคนใหม่ที่สนุกกับชีวิตอย่างสุดๆ รวมก๊วนพากันไปรั่วๆ ตามที่ต่างๆ สร้างความฮาให้กับผู้ชม บ่งบอกว่าภาระของความเป็นแม่ที่แบกไว้มันหนักอึ้ง ซึ่งบางครั้งมันก็แบกความหวังเอาไว้มากมาย ทั้งความหวังที่แม่มีต่อตนเอง ความหวังของคนรอบข้างที่หวังจะให้แม่เป็น โดยเฉพาะความหวังของคนที่เป็นลูกที่แสนจะมีอิทธิพลมากมายต่อความรู้สึกของคนเป็นแม่

แต่การปลดทุกอย่างลงจากบ่ามันดูเพี้ยนประหลาดโลกไปนิดในความรู้สึกของผม แต่มันก็ได้ให้โอกาสในสร้างสรรค์บทของแม่สุดห่วยที่สุดเหวี่ยงไปกับชีวิตรั่วๆ ที่ทำให้คนดูได้ฮาอยู่ตลอดๆ พวกเธอกลายเป็นคุณแม่ที่ฮาได้โล่ห์จริงๆ

มิล่า คูนิส ก็เล่นบทรั่วๆ ฮาๆ แบบนี้ได้เหมือนกันแฮะ

หลัก ๆ หนังนำเสนอว่า แม่ลูกเพอร์เฟ็กต์ มันเป็นอย่างไร และแม่ลูกเพอร์เฟ็กต์ดี ไม่ดีอย่างไร ซึ่งทุกคน…ไม่จำเป็นต้อง เป็นเพศแม่…ก็สามารถ เอาไปประยุกต์ กับตัวเองได้หมด โดยเฉพาะ คนที่ยึดติด หรือ ถูกคาดหวัง ให้เป็น perfectionist ก็จะได้เห็นว่า บางครั้ง มันไม่จำเป็น หรือเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะเพอร์เฟ็กต์ เราควรจะใช้ชีวิต ให้สนุก อย่างเต็มที่ที่สุด กับช่วงเวลาหนึ่ง ดีกว่า โดยที่ต้อง ไม่ละทิ้ง หน้าที่ความรับผิดชอบ ด้วย ดูหนังพากไทย

พูดง่าย ๆ คือ มันไม่ได้เน้นแค่แม่ แต่สอนคนดูผู้เป็น “ลูก” ด้วย (เชื่อว่าคนอ่านทุกคนเกิดมาต้องเคยเป็นลูกคนแหละเนอะ) กล่าวคือ หนังมันก็สอนนะว่า คนเป็นแม่ควรเลี้ยงลูกแบบไม่สปอยล์นะ ให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองบ้างนะ ลูกเองจะได้โตไปเก่งด้วยเป็นคนดีของสังคมด้วย คนเป็นลูกได้ดูก็จะเข้าใจว่า เออ เราไม่ควรเอาแต่ใจและรอให้พ่อแม่ทำนี่นั่นโน่นให้เสมอนะ เราจะได้เติบโต พ่อแม่ท่านเองจะได้ไม่เหนื่อยและไม่เครียดมากด้วย

ถ้าไม่นับ คำหยาบคาย และ มุก 18+ ที่ค่อนข้างเยอะ เราก็อยากจะบอกอยู่หรอกว่า Bad Moms เหมาะกับ เป็นหนังครอบครัว อยากให้ดูด้วยกัน พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เพราะมันมีประเด็น ครอบครัว แฝงอยู่

ใครหลายคน คงวาดฝัน ว่าเราจะต้อง มีครอบครัว ที่อบอุ่น ซึ่งมันไม่ผิด แต่มันคงไม่ดีแน่ ๆ หากในชีวิตจริง มีบาง ครอบครัว ต้องกล้ำกลืน ฝืนอยู่ด้วยกัน หรือต้องสร้าง ภาพว่าฉัน เป็นครอบครัว ที่พร้อมหน้าพร้อมตา เพียงเพราะ ไม่อยากให้ คนรอบข้างครหา หรือไม่อยาก ให้ลูกต้องอยู่ อย่างบ้านแตก สาแหรกขาด

ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้โดนใจคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างแรง โอเคครับมันอาจไม่ใช่ตำราเลี้ยงลูกที่เราควรเจริญรอยตามในหลายๆ วาระ แต่มันสะท้อนความจริงของการเป็นพ่อแม่ ความยากและความกดดันหลายอย่างที่พวกเราต้องได้รับ มันเป็นโจทย์ใหญ่ที่เราต้องฟันฝ่าไปทั้งชีวิตเลย

เป็นคน ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ยิ่งเป็นพ่อเป็นแม่น่ะก็ยิ่งไม่ง่ายเลย เราเหนื่อยแน่ๆ… แต่รู้อะไรไหมครับ จริงๆ เราเหนื่อยได้นะ เราท้อได้ มันไม่แปลกหากเราอยากแหกปากระบายอารมณ์ หรือบางเวลาที่มัน “สุดๆ” เราอาจคิดถึงตัวเองมากกว่าลูก (แล้วตั้งคำถามว่า “ฉันกำลังเห็นแก่ตัวอยู่ไหม?”)… เราก็คือคนครับ เราไม่ได้ Perfect หรอก…

ลองบอกตัวเองครับ… เหนื่อยก็พัก หลับตาสักครู่ พยายามตั้งหลัก หาที่ชาร์จแบตมาเสียบ แล้วก็วางพวกคำแนะนำด้วยความหวังดี/หลักการเลี้ยงลูกสารพัดตำรา/การเปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น/การเปรียบเทียบตัวเรากับพ่อแม่อื่นๆ ฯลฯ ลงเสียบ้าง

… แต่มันก็แปลกดีนะ… บางทีเราเหนื่อยมาก เราอยากร้องไห้ (จริงๆ ข้างในน้ำตาท่วมอกไปหมดแล้ว) แต่ทำไมเมื่อเราเห็นลูกยิ้ม เราได้กอดลูก ได้ลูบหัวลูก ได้เห็นว่าลูกภูมิใจแค่ไหนยามเอารูปที่วาดมาอวด (ทั้งที่จริงๆ เราดูไม่ออกหรอกว่ามันรูปอะไร)… พอเราเจออะไรแบบนี้ ความเหนื่อยมันลดลง

ผมว่าธรรมชาติก็คงรู้นะว่าเป็นพ่อเป็นแม่น่ะมันเหนื่อย เลยประดิษฐ์กลไกอะไรสักอย่างติดตั้งไว้ในใจพ่อแม่ ให้ลูกสามารถบรรเทาความเหนื่อยบางประการของเราได้ แค่เห็นเขามีรอยยิ้ม มีวันที่ดี…

ชอบประโยคนี้มากๆ เลย “ ทุกครั้ง ที่ฉันคิดว่า เข้าใจลูกดีแล้ว… พวกเขาก็โตขึ้น และฉัน ต้องกลับมาเริ่มใหม่” มันเป็นอะไรที่ โคตรจริง

ขอ บอกแบบกึ่ง ๆ อ้างคำจาก ในหนังครับ ว่าถ้าคุณ เป็นพ่อแม่ ที่สมบูรณ์แบบ ทำทุกอย่าง ได้เยี่ยมเริ่ด แล้ว หนังเรื่อง นี้อาจเป็นหนังตลก ไร้สาระ สำหรับท่าน หรือ ไม่ก็อาจจะมองว่า ตัวละคร ในเรื่องนี้ เป็นอะไรกันมาก หรือเปล่า ดูหนังพากไทย

แต่ “ถ้าคุณเป็นแม่ที่ห่วยๆ อย่างฉัน แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำบ้าบออะไรอยู่ แถมเบื่อที่จะต้องถูกตัดสินตลอดเวลา”

… ถ้าคุณ อยู่ในข่ายนี้ นี่คือ หนัง ที่อยาก ให้ท่านหามาดู อยากให้มา สนุกร่วมกัน มาฮาร่วมกัน เชื่อว่า มันจะโดนใจ ท่านไม่มาก ก็น้อย ดีไม่ดี บางประโยค ที่ตัวละคร ในเรื่องพูด อาจเป็นคำที่คุณอยากตะโกนบอกโลกมาตั้งนานแล้วก็ได้

ผมกับภรรยา ดูเรื่องนี้ ด้วยกัน แล้วก็หัวเราะ ผสมน้ำตา กันตลอดเรื่อง

รักหนังเรื่องนี้มากมาย… จากใจ พ่อแม่สายห่วย