หน้าที่ของนักสืบเอกชน ที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

หน้าที่ของนักสืบเอกชน

หน้าที่ของนักสืบเอกชน ที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

ปัจจุบันบทบาทหน้าที่ของนักสืบเอกชนที่ได้รับความนิยมในสังคมไทยมี 2 ประเภท ได้แก่

1. การสืบติดตามคดีเพื่อหวังผล สำหรับการฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหาย หรือ ค้นหาความจริงอันเกี่ยวโยง กับบุคคล และก็สินทรัพย์ ในคดีต่าง ๆ อาทิเช่น การเสาะหาข้อมูล ที่มีคุณประโยชน์ ต่อรูปความ การสืบเสาะหา ผู้เห็นเหตุการณ์ การแสวงหาผู้ทำความผิดตลอดจน สืบเสาะหาเงิน ที่เกี่ยวกับ การบังคับคดี ฯลฯ จุดเด่น ของการใช้บริการ นักสืบเอกชน สำหรับเพื่อการติดตามคดี เป็นการทำงาน ในลักษณะนี้ สายลับจะดำเนินงาน เป็นอิสระ หรือ ติดต่อประสานงาน กับหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อทำคดีอย่างเร่งรัด และก็สืบสาว หาความเป็นจริงให้ได้ ผลสรุปเร็วที่สุด ไม่กินเวลา มีหลักฐาน ที่แน่ชัดถูกต้อง คดีส่วนมาก ที่คนนิยม ใช้บริการ นักสืบเอกชน ดังเช่นว่า การร้องทุกข์ เลิกร้าง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย รวมทั้ง การแสวงหาเพศผู้ทำไม่ดี ร่วมกับผู้พิทักษ์สันราษฎร์ เพื่อเร่งรัดการ นำผู้ทำความผิด มาดำเนิน คดี และก็ชดเชยค่าเสียหาย นั่นเอง

2. สืบเพื่อหา ข้อมูลเฉพาะ ของตัวบุคคล หรือหน่วยงาน เพื่อใช้ ในการตัดสินใจทางธุรกิจ อย่างเช่น การค้าขาย การลงทุน หรือวิธีขาย ธุรกิจถ่ายโอน สินทรัพย์ ฯลฯ จุดเด่นของการใช้ บริการนักสืบเอกชน สำหรับ ธุรกิจ สืบไปจากในตอนนี้ เป็นช่วงของ การแข่งขันชิงชัยกันด้วย ข่าวสาร การรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ที่ชัดแจ้งของการใช้บริการ นักสืบเอกชน สำหรับธุรกิจ ก็คือสายสืบ สามารถช่วยทำให้ ท่านเข้าถึงข้อมูล เชิงลึกต่าง ๆ ที่ต้อง ต่อกระบวนการทำธุรกิจได้ อาทิเช่น ข้อมูลของคู่แข่งทางธุรกิจข้อมูล ของบริษัทคู่ค้า หรือ ข้อมูลของ ผู้ลงทุน เพื่อท่าน สามารถพินิจพิจารณา การเสี่ยงที่อาจเกิดจากต้นเหตุต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพ นอกเหนือจากนี้ ข้อมูลที่ได้รับ ยังสามารถ นำไป ปรับใช้เพื่อปรับแก้ การทำงาน หรือระบุแนวทาง ของบริษัทได้อีกด้วย

หากพิจารณาจากปัจจัยข้างต้นแล้วเราจะเห็นว่าข้อดีของการใช้บริการนักสืบเอกชน นอกจากจะตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกรวดเร็วในการเร่งรัด ติดตาม ปัญหาต่างๆแล้ว ความแม่นยำของข้อมูลหรือหลักฐานที่ท่านจะได้รับ ยังมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงคดีความและเชิงธุรกิจอีกด้วย เนื่องจากนักสืบเอกชนมีการทำงานที่ได้มาตรฐาน มีขั้นตอนการทำงานที่ดี รวมถึงมีทีมงานคอยสนับสนุนและตรวจสอบการทำงานเพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ อีกด้วย

หน้าที่ของนักสืบเอกชน
หน้าที่ของนักสืบเอกชน

5 หลักฐานเอาผิดในคดีชู้สาว ที่มัดตัวคู่หนุ่มสาวแบบดิ้นไม่หลุด

รู้ไหมว่า ปัญหาเรื่องการนอกใจคู่ชีวิต กำลังกลับมา อยู่ในกระแส สังคมอีกที เนื่องมาจากความประพฤติ การใช้ชีวิต ของคนเดี๋ยวนี้ ที่เกี่ยวนกับอุปกรณ์การสื่อสารอิเล็คทรอนิคส์ มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้คนได้โอกาส พบปะสนทนา สนิทสนม คุ้นเคยกันง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง กระทั่งปัจจัยนี้ เป็นสิ่งสำคัญ ที่สร้างปัญหา ความข้องเกี่ยว ในครอบครัวตามมา แม้คู่ ผัว-เมีย ท่านใด มีการลงทะเบียน ถูกต้องตามข้อบังคับ ก็สามารถ นำหลักฐาน ไป ฟ้องศาล เรียกร้องค่าเสียหายกันได้ ถ้าหากคู่ใด อยู่กินกัน โดยไม่มี สัญญาผูกมัด การค้นหา ข้อเท็จจริงเพื่อตัดรอน ไมตรี ก็เลย เป็นอย่างเดียว ที่สามารถทำเป็นนั่นเอง เนื้อหานี้จะมาช่วยไขปัญหา ว่าอะไรเป็นหลักฐาน เด็ด ซึ่งสามารถ ใช้ปราบ ความเจ้าชู้ ของ ผู้ที่เป็นคนทำความผิด นั่นเอง

1. ข้อมูลหลักฐานทางอิเล็กโทรนิคส์
ปัจจุบันหลักฐานหรือข้อมูลสื่อสารทางอิเล็กโทรนิคส์ ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นหลักฐานยอดฮิตที่ผู้คนมักใช้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดในชั้นศาลได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลักฐานเหล่านี้จะต้องถูกตรวจสอบให้แน่ใจจากผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนว่ามีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ ถ้าหากได้รับไฟเขียวจากกระบวนการพิสูจน์หลักฐานแล้ว ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ก็เป็นข้อเท็จจริงชั้นดีที่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำความผิดได้อย่างแน่นอน ตัวอย่างข้อมูลทางอิเล็กโทรนิคส์ที่สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้แก่ ข้อความเสียง ข้อความสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ตลอดจนถึงประวัติการใช้อุปกรณ์สื่อสารระหว่างคนสองคน เป็นต้น

2. ภาพถ่าย หรือ ภาพเคลื่อนไหว
หลักฐานที่ยืนยันการกระทำผิดได้ดีที่สุด คือภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหว เพราะอย่างน้อยจะสามารถระบุได้ว่าผู้กระทำผิดได้เดินทางไปสถานที่นั้นๆ ในเวลาที่ระบุไว้จริง เป็นหลักฐานสำคัญที่อาจนำมาซึ่งองค์ประกอบสำคัญ หรือหลักฐานชิ้นอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นหลักฐานชุดนี้จึงได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมใช้กันมากนั่นเอง

3. หลักฐานการเข้าพักตามสถานที่ต่างๆ
หลักฐานชิ้นนี้อาจจะมีหรือไม่มีขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบุคคล แต่ก็เป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ค่อนข้างมีน้ำหนักในการผูกโยงเรื่องราว และเหตุการณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถมัดตัวผู้กระทำผิดได้เช่นกัน

4. หลักฐานธุรกรรมการเงิน
หากไม่รู้จะเริ่มสืบจากไหนก่อน สิ่งทีคุณควรมองหาคือเรื่องใกล้ตัวที่สามารถตรวจสอบได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือพฤติกรรมการใช้เงินของคนใกล้ชิดนั่นเอง อาทิ มีความผิดปกติในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือมีการโอนเงินหรือประวัติในการทำธุรกรรมที่บ่อยครั้งและมากจนผิดปกติ เป็นต้น หลักฐานชิ้นนี้ศาลอาจพิจารณารับฟัง หรือไม่รับฟังเป็นกรณีไป แต่ที่เห็นผลรวดเร็วทันใจคือเราสามารถทราบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนใกล้ชิดอย่างแน่นอน

5. หลักฐานการซื้อทรัพย์สินให้กับคนอื่น

หลักฐานประเภทนี้ มีความสำคัญหากผู้ฟ้องร้องมีความประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะบางส่วนอาจจะเป็นทรัพย์สินที่ได้มาร่วมกัน ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์ของผู้ร้องที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั่นเองหากคุณกำลังพบอุปสรรคในการหาหลักฐานที่สำคัญดังที่กล่าวมานี้ สามารถปรึกษานักสืบเอกชนผู้ที่สามารถคลี่คลายทุกเรื่องให้กับคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง

4 สัญญาณอันตรายที่แสดงออกว่าเป้าหมายเริ่มรู้ตัว

1. มีพฤติกรรม การขับขี่ยานพาหนะ โดยมีพฤติกรรม หรือใช้ความเร็วไม่ปกติ
นักสืบมักถูกสอนว่า การติดตามเป้าหมาย ควรใช้ความระมัดระวัง และทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร และการติดตาม ในทุก ๆ ครั้งจะต้องวางแผนเป็นอย่างดี เพื่อกำหนดเส้นทาง ในการติดตาม ได้เหมาะสม ไม่ใช้เวลานานจนเกินไป หรือบางครั้งอาจต้องเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ติดตามหากมีความจำเป็น ในกรณี ที่ผู้ถูกติดตาม เริ่มรู้ตัว จะมีพฤติกรรม การขับขี่ที่แตกต่างออกไปจากเดิม เช่น มีการชะลอความเร็ว หรือจอดเทียบข้างทางบ่อยครั้งจนผิดสังเกต หากพบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ผู้ติดตามควรทำการยกเลิกภารกิจทันทีเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของท่านนั่นเอง

2. สั่งอาหารแต่ไม่รับประทานรีบออกจากร้านโดยทันที
ในกรณีของการติดตามในเคหะสถาน ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงต่างๆ หากไม่ใช่บุคคลที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันจริงๆจะถูกจับผิดได้ยากมาก เว้นแต่ผู้ถูกติดตามรู้ตัวก่อนถึงสถานที่นั้นๆแล้วนั่นเอง นักสืบที่มีความชำนาญจะถูกฝึกมาให้ติดตามอย่างมีขั้นตอน โดยมีการกำหนดจุดหมายเพื่อดักรอเป้าหมายอย่างชัดเจนทำให้ผู้ถูกติดตามยากที่จะรู้ตัว แต่ในกรณีที่ผู้ถูกติดตามรู้ตัวพวกเขาจะไม่อยู่ในสถานที่นั้นๆเป็นเวลานานเราจึงมักพบเห็นพฤติการณ์เร่งรีบจนผิดปกติ อาทิ สั่งสินค้าแล้ววางเงินไว้โดยไม่รอรับสินค้า รับประทานอาหารน้อยแล้วรีบออกจากร้านไป หรือคอยสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่บ่อยๆ เป็นต้น

3. ผู้ถูกติดตามเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางกะทันหัน
การเปลี่ยนเส้นทาง คือสัญญาณที่สังเกตเห็นง่ายที่สุดในพฤติการณ์ทั้งหมด อาทิ การกลับรถในซอยตัน หรือกลับรถกะทันหัน ตลอดจนการใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไปนั่นเอง หากผู้ถูกติดตามมีพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นที่รู้กันดีในวงการนักสืบว่าเป้าหมายของเขาเริ่มเคลือบแคลงสงสัยหรือไหวตัวทันแล้ว ให้ยกเลิกภารกิจติดตามโดยทันที เพื่อคิดหาวิธีการติดตามในครั้งต่อไป

4. แกล้งขับรถไปจอดยังสถานที่หนึ่งแล้วเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะอื่น หรือใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ
ในกรณีที่ผู้ถูกติดตามวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อสลัดผู้ติดตามให้พ้นเส้นทางของพวกเขา พฤติกรรมยอดฮิตติดเทรนด์ที่ถูกนำมาใช้คือการเปลี่ยนยานพาหนะในขณะเดินทางไปยังที่หมายนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมายเลือกจอดยานพาหนะจากจุดเริ่มต้นไว้ที่ห้างสรรพสินค้า ที่ทำงาน หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง จากนั้นได้เลือกใช้การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถไฟฟ้า เป็นต้น หากพบเห็นพฤติการณ์แบบนี้ ผู้ติดตามต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเปลี่ยนวิธีติดตาม และใช้การทำงานแบบระบบทีมเข้ามาช่วยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้โดยไม่ถูกจับได้นั่นเอง thailand private investigator

ใส่ความเห็น